สารบัญ
สำหรับผู้ปกครองทุกคน การสังเกตเห็น พัฒนาการล่าช้า แม้เพียงเล็กน้อย ก็เป็นเรื่องที่น่ากังวล โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อลูกรักเริ่มมีพฤติกรรม ไม่สบตา หรือขาดการโต้ตอบทางสังคมที่ควรจะเป็นตามช่วงวัย การสบตา ไม่ใช่แค่การมองเห็น แต่คือรากฐานสำคัญของการสื่อสารและความสัมพันธ์ทางสังคมของมนุษย์ การขาดการสบตาจึงเป็นหนึ่งใน สัญญาณเตือน ที่เด่นชัดที่สุดของปัญหาพัฒนาการโดยรวม
บทความนี้คือคู่มือฉบับสมบูรณ์ที่ช่วยให้คุณ เช็กด่วน พัฒนาการของลูกตามช่วงวัยหลักๆ เราจะเจาะลึกว่าการสบตาที่ผิดปกติหมายถึงอะไร, สัญญาณเตือนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับ ออทิซึมสเปกตรัม (ASD), และสิ่งที่ต้องทำทันทีหากพบว่าลูกมีพัฒนาการที่ไม่เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด
👁️ ส่วนที่ 1: ทำความเข้าใจ “การสบตา” และรากฐานของพัฒนาการสังคม
การสบตา (Eye Contact) เป็นทักษะทางสังคมแรกๆ ที่มนุษย์ใช้ในการสร้างความผูกพันและทำความเข้าใจผู้อื่น การพัฒนาทักษะนี้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วง 6 เดือนแรกของชีวิต
1.1 การพัฒนาการสบตาตามปกติ
| ช่วงอายุ | พัฒนาการที่ควรเกิดขึ้น |
| แรกเกิด – 3 เดือน | ทารกเริ่มจ้องหน้าผู้ดูแลโดยเฉพาะขณะให้นม และจะเริ่ม โต้ตอบด้วยรอยยิ้มทางสังคม (Social Smile) เมื่ออายุประมาณ 6-8 สัปดาห์ |
| 4 – 6 เดือน | ลูกสามารถติดตามการเคลื่อนไหวของวัตถุด้วยสายตาได้อย่างต่อเนื่อง, มีการยิ้ม, หัวเราะ และส่งเสียง Coos หรือ Babbles เพื่อเรียกความสนใจ |
| 9 – 12 เดือน | ทักษะ Joint Attention (ความสนใจร่วม) เริ่มชัดเจน ลูกจะมองไปในทิศทางที่คุณมองหรือชี้ไป เพื่อแบ่งปันประสบการณ์ |
1.2 สัญญาณเตือนหลัก: การไม่สบตา (Lack of Eye Contact)
การหลีกเลี่ยงการสบตาหรือการสบตาที่สั้นและไม่ต่อเนื่องอาจเป็นตัวบ่งชี้ของความบกพร่องในทักษะทางสังคม:
- ไม่แสดงความสนใจ: ลูกไม่พยายามสบตาเพื่อดึงดูดความสนใจจากคุณ หรือไม่หันตามเมื่อคุณเรียกชื่อ
- ไม่ร่วมแบ่งปันประสบการณ์: ลูกไม่ใช้การสบตาเพื่อมองไปยังสิ่งเดียวกันกับคุณ (ขาด Joint Attention)
- การสบตาที่ไร้จุดหมาย: ลูกสบตาได้ แต่ดูเหมือนไม่ได้มีความหมายทางสังคม หรือดูเหมือนจ้องมองผ่านคุณไป
🛑 ส่วนที่ 2: สัญญาณเตือนร่วม ที่เกี่ยวข้องกับ พัฒนาการล่าช้า
การไม่สบตา มักจะมาพร้อมกับสัญญาณเตือนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับพัฒนาการด้านต่างๆ โดยเฉพาะในกลุ่มอาการ ออทิซึมสเปกตรัม (ASD) [Reference 1] ซึ่งเน้นที่ความบกพร่องใน 3 ด้านหลัก:
2.1 ความบกพร่องทางสังคมและการสื่อสาร (Social & Communication Deficits)
- ไม่โต้ตอบด้วยอารมณ์: ลูกไม่เลียนแบบสีหน้า, ไม่โต้ตอบด้วยการหัวเราะหรือยิ้มกลับ, หรือดูเหมือนไม่เข้าใจอารมณ์ผู้อื่น
- ไม่ชี้นิ้วบอก (Pointing): ไม่ชี้นิ้วเพื่อขอสิ่งของ หรือชี้เพื่อแบ่งปันความสนใจ (เช่น ชี้ไปที่นกที่กำลังบิน) ภายในอายุ 1 ขวบครึ่ง
- ไม่ตอบสนองต่อชื่อ: เมื่อคุณเรียกชื่อ ลูกดูเหมือนไม่ได้ยิน หรือต้องเรียกซ้ำหลายครั้ง (ควรตัดปัญหาทางการได้ยินออกก่อน)
2.2 พัฒนาการด้านภาษาที่ล่าช้า (Delayed Language)
- ไม่เลียนเสียง: ไม่พยายามเลียนแบบเสียงพูด หรือไม่สามารถส่งเสียง Cooing/Babbling ได้ตามวัย
- คำพูดที่หายไป: ไม่สามารถพูดคำที่มีความหมายคำแรกได้ภายในอายุ 16 เดือน (1 ขวบ 4 เดือน) หรือไม่สามารถพูดวลีสองคำที่สื่อความหมายได้ภายใน 2 ขวบ (ยกเว้นการพูดซ้ำ)
- Echolalia: การพูดซ้ำวลีหรือคำที่ได้ยินมาโดยไม่มีการสื่อสารความหมายที่แท้จริง
2.3 พฤติกรรมซ้ำๆ และความสนใจจำกัด (Restricted/Repetitive Behaviors)
- การเคลื่อนไหวซ้ำๆ: การโบกมือ (Hand Flapping), การโยกตัว (Rocking), หรือการเดินเขย่งเท้า (Toe Walking) อย่างต่อเนื่องและเป็นรูปแบบ
- ความสนใจจำกัด: มีความผูกพันกับวัตถุบางอย่างมากเกินไป หรือให้ความสนใจกับเพียงแค่ส่วนหนึ่งของของเล่น (เช่น หมุนล้อรถของเล่นซ้ำๆ แทนที่จะเล่นรถทั้งคัน)
- ความยึดติดกับกิจวัตร: ต่อต้านอย่างรุนแรงเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงกิจวัตรประจำวันหรือเส้นทางการเดินทาง

📅 ส่วนที่ 3: เช็กด่วนตามช่วงวัย: พัฒนาการที่สำคัญในแต่ละขั้น (The Milestones Checklist)
การใช้ตารางตรวจสอบพัฒนาการตามช่วงวัยของ ศูนย์ควบคุมโรคสหรัฐฯ (CDC Milestones) และ กุมารแพทย์ (AAP) เป็นเครื่องมือที่สำคัญที่สุดในการสังเกต พัฒนาการล่าช้า [Reference 2]
| ช่วงอายุ | พัฒนาการทางสังคมและการสื่อสาร (Social & Communication) | พัฒนาการด้านกล้ามเนื้อและการรับรู้ (Motor & Cognitive) | สัญญาณเตือนที่ต้องพบแพทย์ด่วน! |
| 6 เดือน | ยิ้มโต้ตอบ อย่างชัดเจน, ส่งเสียงอ้อแอ้/หัวเราะ, มองตามเสียง | สามารถพลิกตัวได้ทั้งสองทิศทาง, ยื่นมือไปคว้าของเล่น, นั่งหลังตรงโดยมีผู้ช่วยพยุง | ไม่ยิ้มโต้ตอบ, ไม่ส่งเสียง Coos/Babble |
| 12 เดือน (1 ขวบ) | โบกมือบ๊ายบาย, ชี้นิ้วบอก (Joint Attention), พูดคำที่มีความหมายคำแรก (เช่น แม่, พ่อ) | สามารถยืนขึ้นโดยจับสิ่งของ, โยกตัว/เดินได้โดยมีผู้ช่วย, หยิบของเล็กๆ ด้วยนิ้วโป้งกับนิ้วชี้ | ไม่ชี้นิ้วบอก, ไม่ตอบสนองต่อชื่อ, ไม่พูดคำแรกที่มีความหมาย |
| 18 เดือน (1.5 ขวบ) | สามารถเล่นสมมติ (Pretend Play) ง่ายๆ, ชี้ไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกายเมื่อถูกถาม, ให้ของเล่นคืน | เดินได้อย่างมั่นคงและคล่องแคล่ว, เดินขึ้นบันไดได้โดยมีคนจูง, สามารถต่อบล็อกได้ 2-4 ชั้น | ไม่สบตาเลย, ไม่สามารถเดินได้ (Walk), ไม่พูดคำที่มีความหมายรวม 6 คำ |
| 24 เดือน (2 ขวบ) | เล่นกับเด็กคนอื่นได้บ้าง (Parallel Play), ลอกเลียนแบบคำพูดและการกระทำ ของผู้ใหญ่ | ใช้ช้อนได้เอง, วิ่งได้อย่างมั่นคง, สามารถพูดวลี 2 คำที่สื่อความหมาย ได้อย่างชัดเจน | ไม่พูดวลี 2 คำ ที่สื่อความหมาย (ไม่ใช่การพูดตาม), ไม่ทำตามคำสั่งง่ายๆ |
| 36 เดือน (3 ขวบ) | แสดงความสนใจในเด็กคนอื่น, เข้าใจแนวคิดของ “ของฉัน” และ “ของเธอ”, แสดงอารมณ์ที่หลากหลาย | สามารถปั่นจักรยานสามล้อ, สามารถกระโดดด้วยเท้าสองข้าง, สามารถวาดรูปวงกลม | ไม่สามารถเข้าใจการสั่งงาน 2 ขั้นตอนได้, มีพฤติกรรมหมุนหรือโบกมืออย่างรุนแรงซ้ำๆ |
💡 ส่วนที่ 4: แนวทางการรับมือและการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
หากคุณตรวจสอบแล้วพบว่าลูกมี สัญญาณเตือน ที่เด่นชัดหลายอย่าง หรือมีพัฒนาการล่าช้าในหลายด้าน สิ่งสำคัญที่สุดคือการดำเนินการอย่างรวดเร็วและเป็นระบบ
4.1 การบันทึกและสังเกตที่บ้าน
- ทำวิดีโอหลักฐาน: ถ่ายวิดีโอสั้นๆ (30-60 วินาที) ของพฤติกรรมที่น่ากังวล (เช่น การไม่สบตา, การโบกมือ, การไม่ตอบสนองต่อชื่อ) ในสภาพแวดล้อมที่เป็นธรรมชาติ สิ่งนี้จะมีประโยชน์อย่างมากเมื่อปรึกษาแพทย์
- บันทึกรูปแบบ: บันทึกว่าพฤติกรรมนั้นเกิดขึ้นเมื่อใด บ่อยแค่ไหน และลูกมีปฏิกิริยาอย่างไรเมื่อคุณพยายามโต้ตอบกับเขา
4.2 การใช้แบบคัดกรองเบื้องต้น
คุณสามารถลองใช้เครื่องมือคัดกรองเบื้องต้น (แต่ไม่สามารถวินิจฉัยแทนแพทย์ได้) เช่น M-CHAT-R (Modified Checklist for Autism in Toddlers, Revised) ซึ่งเป็นแบบสอบถามสำหรับเด็กอายุ 16-30 เดือน เพื่อประเมินความเสี่ยงต่อ ASD [Reference 3]
4.3 ความสำคัญของ Early Intervention (การบำบัดฟื้นฟูแต่เนิ่นๆ)
- เวลาคือปัจจัยสำคัญ: สมองของเด็กมีการพัฒนาอย่างรวดเร็วที่สุดในช่วง 3 ปีแรก การเริ่ม การบำบัดฟื้นฟู (เช่น กายภาพบำบัด, อรรถบำบัด (Speech Therapy), พฤติกรรมบำบัด) ทันทีที่สงสัยว่ามี พัฒนาการล่าช้า จะให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดในการเพิ่มศักยภาพของลูก [Reference 4]
- ปรึกษากุมารแพทย์ทันที: ติดต่อกุมารแพทย์ประจำตัวเพื่อขอให้ทำการประเมินพัฒนาการอย่างเป็นทางการ และขอคำแนะนำในการส่งต่อไปยังผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง (เช่น นักพัฒนาการเด็ก, นักจิตวิทยาเด็ก, หรือจิตแพทย์เด็ก)
❓ คำถามที่พบบ่อย (FAQs) เกี่ยวกับสัญญาณเตือนพัฒนาการล่าช้า
การที่ลูกไม่สบตาเลย หมายความว่าเป็นออทิซึม (ASD) เสมอไปหรือไม่?
ไม่เสมอไป การไม่สบตาอาจเป็นสัญญาณของความขี้อายหรือปัญหาด้านการมองเห็น แต่หากร่วมกับสัญญาณอื่นที่เกี่ยวข้องกับทักษะทางสังคม (เช่น ไม่ชี้นิ้วบอก, ไม่โต้ตอบด้วยรอยยิ้ม) ควรรีบปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
Joint Attention (ความสนใจร่วม) คืออะไร และสำคัญอย่างไร?
คือความสามารถที่ลูกและผู้ดูแลสามารถ มองไปยังวัตถุเดียวกัน เพื่อแบ่งปันความสนใจ (เช่น การชี้นิ้วเพื่อขอสิ่งของหรือแบ่งปันประสบการณ์) ถือเป็นทักษะทางสังคมที่สำคัญมาก และควรปรากฏชัดเจนภายในอายุ 12 เดือน
ควรเริ่มใช้ แบบคัดกรอง เช่น M-CHAT เมื่อไหร่?
แบบคัดกรอง M-CHAT-R มักใช้ประเมินความเสี่ยงต่อ ASD ในเด็กอายุ 16 ถึง 30 เดือน (1 ขวบ 4 เดือน ถึง 2 ขวบครึ่ง) ซึ่งเป็นช่วงที่สัญญาณพัฒนาการทางสังคมเริ่มชัดเจน
หากสงสัยว่าพัฒนาการล่าช้า ควรทำอย่างไรเป็นอันดับแรก?
อย่ารอช้า ควร บันทึกพฤติกรรม (เช่น การโบกมือ หรือการไม่ตอบสนองต่อชื่อ) ด้วยวิดีโอสั้นๆ และ ปรึกษาแพทย์กุมารเวช หรือนักพัฒนาการเด็กทันที เพื่อเข้าสู่กระบวนการคัดกรองและประเมิน
Early Intervention (การบำบัดฟื้นฟูแต่เนิ่นๆ) สำคัญอย่างไร?
สำคัญอย่างยิ่ง เพราะสมองของเด็กมีการพัฒนาสูงสุดในช่วง 3 ปีแรก การเริ่ม การบำบัดฟื้นฟู ทันทีจะช่วยเพิ่มศักยภาพในการเรียนรู้และปรับตัวของลูกได้สูงสุด
📚 บทสรุปและคำแนะนำสุดท้าย
ความกังวลของพ่อแม่เป็น สัญญาณเตือน ที่มีค่าที่สุด อย่าเพิกเฉยต่อความรู้สึกนี้ การที่ลูก ไม่สบตา หรือมี พัฒนาการล่าช้า ไม่ได้แปลว่าอนาคตของลูกจะถูกจำกัด แต่หมายความว่าลูกอาจต้องการ ความช่วยเหลือพิเศษ ในการเรียนรู้ทักษะบางอย่าง
หากพบสัญญาณเตือนใดๆ ในตารางเช็กด่วนตามช่วงวัย ให้ลงมือทำทันที การให้ความช่วยเหลือที่ตรงจุดตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้ลูกรักของคุณสามารถก้าวผ่านความท้าทายด้านพัฒนาการและเติบโตได้อย่างเต็มศักยภาพ
แหล่งอ้างอิงที่แนะนำ (References)
- [Reference 1] American Academy of Pediatrics (AAP) – Guidelines for screening and surveillance for Autism Spectrum Disorder.
- [Reference 2] Centers for Disease Control and Prevention (CDC) – Developmental Milestones Checklist (Updated 2022).
- [Reference 3] Standard guidelines for using the M-CHAT-R screening tool for toddlers.
- [Reference 4] Importance and impact of Early Intervention programs for developmental delays.


